|8 นาที

SME ต้องรู้! 5 ภาษีที่เจ้าของธุรกิจต้องจ่าย

เจ้าของธุรกิจ SME ต้องรู้จักภาษี 5 ประเภทที่ต้องจ่าย ได้แก่ ภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT) ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และเงินสมทบประกันสังคม พร้อมวิธีวางแผนภาษีอย่างถูกกฎหมาย

SME ต้องรู้! 5 ภาษีที่เจ้าของธุรกิจต้องจ่าย

ทำไมเจ้าของธุรกิจ SME ต้องเข้าใจเรื่องภาษี?

การเข้าใจภาษีที่ธุรกิจต้องจ่ายเป็นสิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งสำหรับเจ้าของธุรกิจ SME เพราะหากไม่วางแผนดี อาจเสียภาษีมากเกินความจำเป็น หรือแย่กว่านั้น อาจโดนสรรพากรเรียกตรวจสอบ มาดูกันว่าภาษี 5 ประเภทที่ต้องรู้มีอะไรบ้าง

1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล (Corporate Income Tax — CIT)

ภาษีเงินได้นิติบุคคล หรือ CIT คือภาษีที่เก็บจากกำไรสุทธิของบริษัท

    อัตราภาษี:
  • บริษัท SME (ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท + รายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท/ปี):
  • - กำไร 0-300,000 บาท: ยกเว้นภาษี - กำไร 300,001-3,000,000 บาท: 15% - กำไรเกิน 3,000,000 บาท: 20%
  • บริษัททั่วไป: 20% ของกำไรสุทธิ
    สิ่งที่ต้องทำ:
  • ยื่น ภ.ง.ด.50 (ประจำปี) ภายใน 150 วันหลังสิ้นรอบบัญชี
  • ยื่น ภ.ง.ด.51 (ครึ่งปี) ภายใน 2 เดือนหลังครบ 6 เดือนแรก
เคล็ดลับประหยัดภาษี: ใช้สิทธิ์หักค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า เช่น ค่าวิจัยและพัฒนา ค่าจ้างผู้สูงอายุ ค่าอบรมพนักงาน

2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax — VAT)

VAT คือภาษีที่เก็บจากมูลค่าสินค้าหรือบริการ อัตรา 7% (รวมภาษีท้องถิ่น)

    ใครต้องจด VAT?
  • ธุรกิจที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี ต้อง จดทะเบียน VAT
  • ธุรกิจที่รายได้ไม่ถึงก็ สามารถเลือก จดได้เพื่อเคลมภาษีซื้อ
    สิ่งที่ต้องทำ:
  • ออกใบกำกับภาษีทุกครั้งที่ขายสินค้า/บริการ
  • ยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน (ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป)
  • เก็บรักษาใบกำกับภาษีซื้ออย่างเป็นระบบ
เคล็ดลับ: ธุรกิจที่มีต้นทุนซื้อสินค้า/วัตถุดิบสูง ควรจด VAT เพราะสามารถนำภาษีซื้อมาหักลดภาษีขายได้

3. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax — WHT)

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คือภาษีที่ผู้จ่ายเงินต้องหักไว้ ณ ขณะจ่าย แล้วนำส่งสรรพากร

    อัตราที่พบบ่อย:
  • ค่าบริการ: หัก 3%
  • ค่าเช่า: หัก 5%
  • ค่าโฆษณา: หัก 2%
  • ค่าจ้างทำของ: หัก 3%
  • ค่าขนส่ง: หัก 1%
    สิ่งที่ต้องทำ:
  • หักภาษี ณ ที่จ่ายทุกครั้งที่จ่ายเงิน (ตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป)
  • ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ผู้รับเงิน
  • นำส่งภาษีภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป
ข้อควรระวัง: หลายธุรกิจลืมหักภาษี ณ ที่จ่าย ทำให้ต้องจ่ายเงินเพิ่มและเบี้ยปรับ

4. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (Personal Income Tax)

แม้จะเป็นเจ้าของบริษัท คุณก็ยังต้องจ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากเงินเดือน/โบนัสที่ได้รับจากบริษัท

    จุดที่ต้องวางแผน:
  • กำหนดเงินเดือนกรรมการให้เหมาะสม — สูงเกินไปเสียภาษีบุคคลธรรมดาเยอะ ต่ำเกินไปก็หักค่าใช้จ่ายบริษัทได้น้อย
  • พิจารณาจ่ายเป็นเงินปันผล (ภาษี 10%) แทนเงินเดือน (ภาษีสูงสุด 35%)
  • ใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีให้เต็มที่ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ SSF RMF ประกันชีวิต
เคล็ดลับ: ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางโครงสร้างเงินเดือน + เงินปันผลให้เสียภาษีรวมน้อยที่สุด

5. เงินสมทบประกันสังคม (Social Security)

ทุกธุรกิจที่มีลูกจ้างต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคมและนำส่งเงินสมทบทุกเดือน

    อัตราเงินสมทบ:
  • นายจ้าง: 5% ของค่าจ้าง (สูงสุด 750 บาท/เดือน/คน)
  • ลูกจ้าง: 5% ของค่าจ้าง (สูงสุด 750 บาท/เดือน/คน)
  • ฐานค่าจ้างสูงสุด: 15,000 บาท/เดือน
    สิ่งที่ต้องทำ:
  • ขึ้นทะเบียนนายจ้างภายใน 30 วันหลังมีลูกจ้างคนแรก
  • นำส่งเงินสมทบภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
  • แจ้งเข้า-ออกของพนักงานภายในกำหนด

สรุป — วางแผนภาษีตั้งแต่เริ่มต้น

    การรู้จักภาษีทั้ง 5 ประเภทนี้ตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ จะช่วยให้คุณ:
  • ประหยัดภาษีได้อย่างถูกกฎหมาย
  • ไม่ต้องกังวลเรื่องสรรพากรเรียกตรวจ
  • วางแผนการเงินธุรกิจได้แม่นยำขึ้น

หากคุณต้องการวางแผนภาษีอย่างถูกต้องและประหยัดที่สุด ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเรื่องภาษีที่เข้าใจธุรกิจ SME โดยเฉพาะ

ต้องการคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ?

ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีข้อผูกมัด — ทีม Thinkfirst พร้อมช่วยคุณ

แชร์บทความ:FacebookLINE

รับบทความดีๆ ส่งตรงถึงอีเมล

สมัครรับข่าวสารเรื่องบัญชี ภาษี และการเงินธุรกิจ ฟรี ไม่มีสแปม

เราเคารพความเป็นส่วนตัวของคุณ สามารถยกเลิกได้ทุกเมื่อ

พร้อมให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคง?

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราวันนี้ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีข้อผูกมัด

ตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมง | จันทร์-ศุกร์ 09:00-18:00